Material Sustainability Issues (Materiality Topics)

Customer responsibility

Customer responsibility

มุ่งมั่นในคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และการคุ้มครองผู้บริโภค

    บริษัทฯ มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการผลิตสินค้าที่ปลอดภัย มีคุณภาพ ไม่ปลอมปน และเป็นไปตามมาตรฐานสากล เราให้ความสำคัญกับการปกป้องสุขภาวะของผู้บริโภคทุกช่วงวัย ผ่านการแสดงข้อมูลฉลากโภชนาการที่ถูกต้อง โปร่งใส และการสื่อสารการตลาดที่มีความรับผิดชอบ ไม่โฆษณาชวนเชื่อเกินจริง เพื่อสร้างความมั่นใจและเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าของเรา

 

0%
    100% ของโรงงานผลิต ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยอาหารขั้นสูง BRCGS, GHPs และ HACCP

 

0

    จำนวนข้อร้องเรียนการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเรื่องผลิตภัณฑ์ ฉลาก และการสื่อสารการตลาดในปี 2568

19

      • มาตรฐานสากลระดับสูงสุดด้านคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และความยั่งยืน ที่บริษัทฯ ได้รับการรับรอง
Occupational health and safety

โครงสร้างการ
บริหารจัดการ

การกำกับดูแล
การกำกับดูแลโดยคณะกรรมการ (Board Oversight): คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทในการอนุมัติทิศทางและติดตามผลงานด้านความยั่งยืน (ESG) และความปลอดภัยอาหาร (Food Safety)

คณะทำงานระดับบริหาร (Management Role): มีการตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการด้านความยั่งยืน (Sustainability Committee) ที่ประกอบด้วยผู้บริหารจากสายงานต่างๆ (เช่น R&D, การผลิต, การตลาด, จัดซื้อ) เพื่อแปลงนโยบายเป็นแผนปฏิบัติการ

การบูรณาการในองค์กร (Organizational Integration): กำหนดให้ KPI ด้านความยั่งยืนและคุณภาพ เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลงานของพนักงานและผู้บริหาร
กลยุทธ์
กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ (Product Innovation): การนำงานวิจัยและพัฒนา (R&D) มาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ

กลยุทธ์ห่วงโซ่อุปทาน (Sustainable Supply Chain): การจัดซื้ออย่างรับผิดชอบ (เช่น มาตรฐาน RSPO, URSA) และการยกระดับคู่ค้าให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย

การสื่อสารการตลาดอย่างรับผิดชอบ (Responsible Marketing): การกำหนดจุดยืนในการสื่อสารที่โปร่งใส ไม่เกินจริง
Risk management
กระบวนการระบุความเสี่ยง (Risk Identification): การประเมินความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ทั้งความเสี่ยงทางกายภาพ (เช่น วัตถุดิบขาดแคลนจากสภาพอากาศ) และความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน (เช่น ภาษีความเค็ม, กฎหมายบรรจุภัณฑ์ใหม่)

การจัดการวิกฤตและคุณภาพ (Quality & Crisis Management): ระบบประเมินและควบคุมคุณภาพที่รัดกุม (เช่น GHPs, HACCP, BRCGS) เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและข้อร้องเรียน

การบูรณาการเข้ากับความเสี่ยงองค์กร (ERM Integration): นำประเด็นความเสี่ยงด้าน ESG และ Food Safety เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบัญชีความเสี่ยงหลักขององค์กร (Enterprise Risk Register)
ตัวชี้วัดและเป้าหมาย
• จำนวนข้อร้องเรียนด้านผลิตภัณฑ์และการโฆษณา (เป้าหมาย = 0)
• ความครอบคลุมของมาตรฐานการผลิต (เช่น 19 มาตรฐานสากล)
• ตัวชี้วัดด้านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain):
• ร้อยละของวัตถุดิบสำคัญ (เช่น น้ำมันปาล์ม) ที่ได้การรับรองมาตรฐานความยั่งยืน
นโยบายคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และสิ่งแวดล้อม

นโยบายคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และสิ่งแวดล้อม

1

มาตรฐานและความปลอดภัย

บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการดำเนินการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยของอาหารด้วยการผลิตสินค้าที่ปลอดภัย มีคุณภาพ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอมปน มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานที่คาดหวัง และเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย เพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า

2

สังคมและสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ สนับสนุนให้พนักงานทุกระดับชั้นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน มีการพัฒนาและปรับปรุงวัฒนธรรมด้านคุณภาพและความปลอดภัยในกระบวนการผลิตอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทฯ จำเป็นต้องมีการจัดสรรการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อประโยชน์ต่อสังคมและความยั่งยืน

การคุ้มครองผู้บริโภคและความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ (Consumer Protection & Product Liability)

    บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับสิทธิของผู้บริโภคเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนที่ชัดเจนและดำเนินการแก้ไขภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด (90 วัน) นอกจากนี้ เรายังยึดมั่นในความโปร่งใสของการสื่อสาร ทั้งการแสดงข้อมูลบนฉลากสินค้าที่ถูกต้อง ครบถ้วน และนโยบายการโฆษณาที่ไม่ใช้ข้อความเกินจริงหรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่เป็นธรรมและปลอดภัยที่สุด

 

ผลการประเมินความพึงพอใจของลูกค้า 2568

ผลการประเมินความพึงพอใจของลูกค้า (CSAT)

รายงานเปรียบเทียบเป้าหมายและผลการดำเนินงานจริง ประจำปี 2568

เป้าหมาย ปี 2568
91.13%
ทำได้จริง
91.30%
บรรลุเป้าหมาย (+0.17%)

การดำเนินงานเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุก

บริษัทฯ ขับเคลื่อนกลยุทธ์ “การส่งมอบคุณค่าที่ปลอดภัยและรับผิดชอบ” ผ่านมาตรการเชิงรุก:
(1) มาตรฐานการผลิตและความปลอดภัยอาหาร: ยกระดับกระบวนการผลิตสู่มาตรฐานสากล (เช่น GHPs, HACCP, BRCGS) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นมีความปลอดภัย มีคุณภาพ และตอบสนองต่อสุขภาวะของผู้บริโภคทุกช่วงวัยอย่างเท่าเทียม

(2) การตลาดและการสื่อสารข้อมูลที่โปร่งใส: ปฏิบัติตามนโยบายการสื่อสารอย่างรับผิดชอบ โดยมุ่งเน้นการให้ข้อมูลโภชนาการที่ถูกต้องและชัดเจนบนฉลากสินค้า ควบคู่ไปกับการโฆษณาที่ยึดมั่นในจริยธรรม ไม่ใช้ข้อความเกินจริงหรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

(3) การรับฟังผู้บริโภคและพัฒนานวัตกรรม: พัฒนาช่องทางสื่อสารเพื่อรับฟังความคิดเห็นและจัดการข้อร้องเรียนอย่างรวดเร็ว พร้อมนำข้อมูลที่ได้รับมาต่อยอดในงานวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์ (Reformulation) ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การตลาดอย่างรับผิดชอบ และฉลากผลิตภัณฑ์

การสื่อสารทางการตลาดอย่างรับผิดชอบถือเป็นจรรยาบรรณธุรกิจที่สำคัญในการรับผิดชอบต่อผู้บริโภค บริษัทให้ความสำคัญอย่างมากในการสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใสให้กับผู้มีส่วนได้เสีย โดยเฉพาะผู้บริโภค และให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อย่างครบถ้วน ไม่แสดงข้อความหรือข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ โดยบริษัทมีการจัดอบรมให้กับบุคลากรได้ตระหนักถึงความสำคัญในการสื่อสารอย่างมีความรับผิดชอบ และจัดให้มีกลไกในการควบคุมการแสดงฉลากผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และมาตรฐานของประเทศไทยและประเทศคู่ค้า และได้จัดให้มีหน่วยงาน RA (Regulatory Affairs) ซึ่งมีหน้าที่ประเมินกฎหมายและติดตามการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับอาหาร และกำหนดระเบียบปฏิบัติและมาตรฐานในการกำหนดฉลากผลิตภัณฑ์ ได้แก่ การแสดงข้อมูลสินค้าที่ชัดเจน การระบุส่วนประกอบที่สำคัญ คุณค่าทางโภชนาการ วิธีการใช้ และการเก็บรักษา

for web edition2

0 %

ผลการดำเนินงาน ปฏิบัติตามข้อกําหนดการแสดงฉลากอาหารและฉลากโภชนาการ

0 %

เป้าหมายปฏิบัติตามข้อกําหนดการแสดงฉลากอาหารและฉลากโภชนาการ
for web edition1

การส่งเสริมการบริโภคอย่างเหมาะสม

บริษัทฯ ตระหนักถึงบทบาทของผลิตภัณฑ์ในฐานะแหล่งอาหารที่เข้าถึงง่ายและให้พลังงาน โดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่สำคัญและเข้าถึงได้ในทุกระดับราคา บริษัทฯ เข้าใจดีว่าการบริโภคอย่างเหมาะสมและสมดุลเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพที่ดี จึงมุ่งมั่นส่งเสริมความรู้และแนวทางการบริโภคที่ถูกต้อง ควบคู่กับการให้ข้อมูลโภชนาการที่ครบถ้วนและโปร่งใส เพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกบริโภคได้อย่างมีข้อมูลและเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย

แนวทางการบริโภคที่บริษัทฯ ส่งเสริม

บริษัทฯ ส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุดจากผลิตภัณฑ์ ผ่านแนวทางการบริโภคที่เหมาะสม ได้แก่

บริโภคแต่พอดี

ไม่เกินความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน

เพิ่มคุณค่าโภชนาการ

ปรุงร่วมกับวัตถุดิบอื่น เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ และผัก เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน

ลดเครื่องปรุง

ควบคุมปริมาณโซเดียมให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละบุคคล

เสริมสารอาหาร

เสริมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น ไอโอดีน เพื่อโภชนาการที่ดีในวงกว้าง

การลดผลกระทบเชิงลบจากผลิตภัณฑ์

บริษัทตระหนักว่าการลดปริมาณโซเดียมและสารอาหารที่ควรเฝ้าระวังอื่น ๆ ในผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปนั้น เป็นทั้งโอกาสในการส่งเสริมสุขภาพของผู้บริโภค และเป็นความท้าทายในด้านการยอมรับของผู้บริโภคในขณะเดียวกัน แม้การปรับลดปริมาณโซเดียมอย่างมีนัยสำคัญอาจไม่สอดคล้องกับความนิยมด้านรสชาติของผู้บริโภคในปัจจุบัน บริษัทก็ยังคงมุ่งมั่นในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

บริษัทจึงเลือกดำเนินการภายใต้แนวทางการปรับปรุงสูตรแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันที่อาจส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงหรือการยอมรับของผลิตภัณฑ์ แนวทางดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนานวัตกรรม เพื่อให้การยกระดับคุณค่าทางโภชนาการสามารถเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน และได้รับการยอมรับในวงกว้าง

การดูแลกลุ่มเปราะบางด้านการบริโภค

การตลาดที่รับผิดชอบต่อเด็ก

ไม่โฆษณามุ่งเป้าเจาะกลุ่มเด็กโดยเฉพาะ ไม่ใช้ข้อความเกินจริง เพื่อปกป้องผู้บริโภคกลุ่มเยาวชน

ข้อมูลชัดเจน เข้าถึงง่าย

แสดงปริมาณโซเดียมและคุณค่าโภชนาการบนฉลากอย่างครบถ้วน เพื่อการวางแผนบริโภคที่เหมาะสม

ทางเลือกควบคุมโซเดียม

ผู้บริโภคสามารถเลือกปรับลดปริมาณผงเครื่องปรุงได้เองตามความต้องการของร่างกาย

คำแนะนำจากองค์การอนามัยโลก (WHO): แนะนำให้ผู้ใหญ่บริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน (เทียบเท่าเกลือประมาณ 5 กรัม หรือไม่ถึงหนึ่งช้อนชา) บริษัทฯ สนับสนุนให้ผู้บริโภคที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่กับการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

การดูแลกลุ่มเปราะบางด้านสังคม

นอกเหนือจากการดูแลผู้บริโภค บริษัทฯ ยังขยายความใส่ใจสู่กลุ่มเปราะบางในมิติสังคม ผ่าน "โครงการมาม่าโมเดล" ที่ส่งเสริมการสร้างอาชีพและการพึ่งพาตนเองของผู้พิการภายใต้มาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยให้ทุนสนับสนุนการประกอบอาชีพแก่ผู้พิการแล้ว 39 ราย ใน 25 รูปแบบอาชีพ

ความมุ่งมั่นในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร

ความมุ่งมั่นในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการที่ยั่งยืน

บริษัทมีนโยบายในการสร้างสมดุลระหว่างคุณค่าทางโภชนาการควบคู่ไปกับการรักษารสชาติที่ผู้บริโภคยอมรับได้ และราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้บริโภคทุกกลุ่มรายได้ สามารถเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย มีคุณภาพและตอบสนองต่อวิถีชีวิตในปัจจุบัน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการเก็บรักษายาวนาน สะดวกต่อการจัดเก็บและการบริโภค จึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเข้าถึงอาหารของประชาชนในวงกว้าง บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว สถานการณ์ฉุกเฉิน ภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ผลิตภัณฑ์ของบริษัทช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย สะดวก และมีราคาที่เหมาะสมได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลักการสร้างความสมดุล ระหว่างคุณค่าทางโภชนาการ คุณภาพ รสชาติ ความคุ้มค่า และการยอมรับของผู้บริโภค เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคจำนวนมาก พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและยั่งยืน ด้วยแนวคิดนี้ในปี 2568 บริษัทจึงได้รับความสำเร็จอย่างดีอีกครั้ง ในการออกผลิตภัณฑ์บะหมี่ถ้วยกึ่งสำเร็จรูป ออเรียนทัลคิตเชน รสกิมจิซีฟูด ตรามาม่า, บะหมี่ถ้วยกึ่งสำเร็จรูป ออเรียนทัลคิตเชน รสชีสซีโกชูจัง แบบแห้ง ตรามาม่า และบะหมี่ถ้วยกึ่งสำเร็จรูป ออเรียนทัลคิตเชน รสฮอตแอนด์สไปซี ตรามาม่าในรูปแบบบิ๊กคัพ สำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ที่นิยมอาหารเกาหลี แต่จ่ายในราคาแบบไทยไทย และมีการออกตัวแรงในครึ่งปีหลังด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับคนทุกช่วงวัย คือเส้นหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสก๋วยเตี๋ยวเรือซอสเผ็ด ตรามาม่าและเส้นเล็กกึ่งสำเร็จรูป รสเย็นตาโฟซอสเข้มข้น ในรูปแบบคัพพรีเมี่ยม รวมไปถึงเส้นเล็กกึ่งสำเร็จรูป รสก๋วยเตี๋ยวเรือซอสเผ็ด และเส้นใหญ่ รสเย็นตาโฟซอสเข้มข้น ในรูปแบบซองพรีเมี่ยม ซึ่งยอดขายสินค้าใหม่มีจำนวนอยู่ที่ 431 ล้านบาท
การมีส่วนร่วมระดับนโยบายเพื่อยกระดับความปลอดภัยและโภชนาการอาหาร

การมีส่วนร่วมระดับนโยบายเพื่อยกระดับความปลอดภัยและโภชนาการอาหาร

ผู้บริหารของบริษัท, ดร.พจนี พะเนียงเวทย์, ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ ในคณะกรรมการบริหารของ FTI (สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) ซึ่งมีภารกิจในการส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย องค์กรนี้จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานของรัฐ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคเอกชน และพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาแนวทางการผลิตของประเทศไทยและสร้างมูลค่าในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

จากการมีส่วนร่วมนี้ ทำให้ทิศทางของบริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ มีความสอดคล้องกับทิศทางนโยบายของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงโภชนาการของผลิตภัณฑ์ สนับสนุนสุขภาพผู้บริโภค และส่งเสริมการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน

สรุปมาตรฐานการผลิต สินค้า และการรับรองระดับสากล

มาตรฐานการผลิต จำแนกตามโรงงาน